Key Takeaways
แป้งชนิดต่าง ๆ เช่น แป้งมัน แป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียว แป้งข้าวโพด แป้งสาลี มีคุณสมบัติและการใช้งานแตกต่างกัน การเลือกใช้แป้งให้เหมาะสมกับเมนูเป็นสิ่งสำคัญสำหรับรสชาติและเนื้อสัมผัส สำหรับใครที่สงสัยว่าแป้งมัน แป้งข้าวเจ้า ทำอะไรได้บ้าง แป้งมันเหมาะสำหรับเพิ่มความหนืด ทำให้เนื้อเด้งใส ใช้ทำบัวลอย ซอส หรือไส้ขนม ส่วนแป้งข้าวเจ้าให้เนื้อกรอบนอกนุ่มใน เหมาะกับขนมไทยและแป้งทอดต่าง ๆ การทำความเข้าใจแต่ละประเภทจะช่วยให้ทำอาหารและขนมได้ตรงตามสูตร พร้อมทั้งการเก็บแป้งในภาชนะปิดสนิท ใช้พลาสติกแรปถนอมอาหารอย่างถูกวิธีจะช่วยรักษาความสด ยืดอายุ และคงคุณภาพของเมนูแป้งให้น่ากินอยู่เสมอ
“แป้ง” เป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับการประกอบอาหารและขนมนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นแป้งมัน แป้งมันฮ่องกง แป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียว แป้งข้าวโพด หรือแป้งสาลี โดยทั่วไปมักพบแป้งในส่วนของพืชที่มีการสะสมอาหาร เช่น เมล็ด ราก ลำต้น เมื่อนำมาผ่านกรรมวิธีการบดหรือโม่ ทั้งแบบเเห้งและเเบบเปียก จะได้แป้งที่มีลักษณะหรือคุณสมบัติแตกต่างกันไปตามชนิดของพืชที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบ การเลือกใช้แป้งให้เหมาะสมกับเมนูจึงสำคัญต่อรสชาติและเนื้อสัมผัสของอาหารหรือขนม
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากแป้งมีหลายชนิด อาจสร้างความสับสนแก่ผู้ใช้ได้ บทความนี้จึงช่วยให้เข้าใจว่าแต่ละชนิดของแป้งมีลักษณะอย่างไร และเหมาะสำหรับการทำเมนูอาหารหรือขนมประเภทใด
รู้จักแป้งแต่ละประเภทและการใช้งาน
แป้งข้าวเจ้า
แป้งข้าวเจ้า ผลิตจากเมล็ดข้าวเจ้า มีเนื้อสัมผัสค่อนข้างหยาบเล็กน้อย เมื่อสุกจะมีลักษณะขาวขุ่นและร่วน แต่หากทิ้งให้เย็นจะแข็งตัวเป็นก้อน เหมาะสำหรับทำขนมที่ต้องการความอยู่ตัวและไม่เหนียวหนืด เช่น ขนมชั้น ขนมตาล ลอดช่อง ขนมขี้หนู ขนมครก
นอกจากนี้ ยังใช้ทำอาหารคาวได้ดี เช่น หอยทอด ขนมกุยช่ายทอด ขนมจีน เส้นก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ เส้นเล็ก เส้นหมี่ และเกี้ยมอี๋ การเลือกใช้แป้งข้าวเจ้าจะช่วยให้เนื้อสัมผัสของเมนูทั้งคาวและหวานออกมาอร่อยและได้มาตรฐาน

ขอขอบคุณภาพสวยๆ จาก kapook http://bit.ly/3btPHk3
แป้งข้าวเหนียว
แป้งข้าวเหนียว ผลิตจากเมล็ดข้าวเหนียว มีเนื้อสัมผัสหยาบและสากมากกว่าแป้งข้าวเจ้า เมื่อทำให้สุกตัวแป้งจะเหนียวและขุ่นข้น เหมาะสำหรับทำขนมที่ต้องการความเหนียวเกาะตัว เช่น ขนมเข่ง ขนมเทียน ขนมถั่วแปบ บัวลอย ขนมต้ม ขนมเหนียว ขนมบ้าบิ่น
การเลือกใช้แป้งข้าวเหนียวช่วยให้เมนูขนมมีความเหนียว นุ่ม และรสสัมผัสที่สมบูรณ์ เหมาะทั้งขนมไทยดั้งเดิมและขนมสมัยใหม่

ขอขอบคุณภาพสวยๆ จากhttp://bit.ly/2LLRu9e
แป้งมันสำปะหลัง
แป้งมันสำปะหลัง ผลิตจากหัวมันสำปะหลัง มีเนื้อสัมผัสละเอียดและลื่นมือ เมื่อสุก ตัวแป้งจะเหนียวหนืดและมีลักษณะใส เหมาะสำหรับทำขนมที่ต้องการความเหนียวใสและขึ้นเงา เช่น ขนมชั้น ขนมปลากริมไข่เต่า ทับทิมกรอบ ขนมฟักทอง เต้าส่วน
เนื่องจากแป้งมันสำปะหลังมักคืนตัวเมื่อเย็น จึงนิยมนำแป้งมันสำปะหลังไปผสมกับแป้งชนิดอื่น เช่น แป้งข้าวเจ้า หรือ แป้งข้าวเหนียว เพื่อให้ขนมมีความเหนียวนุ่มและรสสัมผัสสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ขอขอบคุณภาพสวยๆ จาก naibann http://bit.ly/2LIPaQF
แป้งข้าวโพด
แป้งข้าวโพด ผลิตจากเมล็ดข้าวโพด มีลักษณะเป็นผงสีขาวเหลืองนวล มีสัมผัสที่เนียนและลื่นมือ เมื่อทำให้สุกเนื้อแป้งจะข้นใสและไม่คืนตัว จึงนิยมนำมาผสมกับอาหารที่ต้องการความอยู่ตัว เช่น ทำน้ำราดหน้า ขนมตะโก้ ไส้ขนมต่าง ๆ เป็นต้น แป้งข้าวโพดช่วยให้เนื้ออาหารและขนมมีความข้นและรสสัมผัสเนียน

ขอขอบคุณภาพสวยๆ จาก http://bit.ly/39lNgxv
แป้งมันฮ่องกง
แป้งมันฮ่องกง ผลิตจากมันฝรั่ง เมื่อสุก ตัวแป้งจะเหนียวข้นและสีใสกว่าแป้งมันสำปะหลังหรือแป้งข้าวโพด และเมื่อเย็นตัวลงก็ไม่คืนตัวง่าย จึงนิยมใช้ทำน้ำราดหน้า หรือผสมในขนมที่ต้องการความเหนียวใสและคงรูป
นอกจากนี้ แป้งมันฮ่องกงยังเหมาะสำหรับทำแป้งเคลือบทอด หรือเมนูที่ต้องการเนื้อแป้งกรอบแต่ไม่แตกตัวง่าย

ขอขอบคุณภาพสวยๆ จาก kapook http://bit.ly/3buJW5R
แป้งสาลี
แป้งสาลี ผลิตจากเมล็ดข้าวสาลี มีลักษณะเป็นผงสีขาว เนื้อสัมผัสเนียนลื่นมือ เมื่อทำให้สุกจะมีลักษณะร่วนเหลวและไม่อยู่ตัว แป้งสาลีในท้องตลาดแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก
- แป้งเค้ก (Cake Flour) มีลักษณะโปร่งเบา เนื้อแป้งเนียนละเอียด ดูดซับน้ำไม่ดี เหมาะสำหรับทำขนมที่ต้องการเนื้อนุ่มฟู เช่น ขนมเค้ก ขนมสาลี่ ขนมปุยฝ้าย ขนมกลีบลำดวน
- แป้งขนมปัง (Bread Flour) ตัวแป้งมีเนื้อสัมผัสค่อนข้างหยาบ สีขาวนวลเข้มมากกว่าแป้งชนิดอื่น ดูดซับน้ำดี มีความเหนียวและยืดหยุ่น เหมาะสำหรับทำขนมปัง เดนิช พิซซ่า โรตี ปาท่องโก๋
- แป้งสาลีอเนกประสงค์ (All-Purpose Flour) ตัวแป้งมีเนื้อสัมผัสค่อนข้างหยาบแต่น้อยกว่าแป้งขนมปัง ราคาประหยัด เหมาะสำหรับทำแพนเค้ก คุกกี้ พาย โดนัท กะหรี่พัฟ หรือนำไปชุบอาหารเพื่อทอด

ขอขอบคุณภาพสวยๆ จาก http://bit.ly/3nK24v7
แป้งถั่วเขียว
แป้งถั่วเขียว ผลิตจากเมล็ดถั่วเขียว มีเนื้อสัมผัสสากมือเล็กน้อย เมื่อทำให้สุกจะมีลักษณะข้นและค่อนข้างใส เมื่อพักให้เย็นจะค่อนข้างอยู่ตัวและมีความเหนียวเด้ง เหมาะสำหรับทำเมนูที่ต้องการความใสอยู่ตัว เช่น ขนมลืมกลืน ลอดช่องแก้ว ซาหริ่ม ขนมตะโก้ ขนมเรไร
การใช้แป้งถั่วเขียวช่วยให้ขนมไทยมีเนื้อเหนียวเด้งและสีใสสวยงาม เพิ่มรสสัมผัสพิเศษให้เมนูทั้งหวานและของว่าง

ขอขอบคุณภาพสวยๆ จาก krua https://bit.ly/3nCM79V
แป้งเท้ายายม่อม
แป้งเท้ายายม่อม ผลิตจากหัวมันเท้ายายม่อม ซึ่งเก็บเกี่ยวได้ปีละครั้ง ทำให้แป้งชนิดนี้มีราคาค่อนข้างสูง ตัวแป้งมีลักษณะเป็นเม็ดเล็กสีขาวเงา เนื้อสัมผัสหยาบ ต้องนำมาบดให้ละเอียดก่อนนำไปทำอาหารหรือขนม เมื่อสุก ตัวแป้งจะข้น เหนียว หนืด ใส และคืนตัวยาก
ด้วยคุณสมบัติที่ช่วยให้ขนมนุ่ม ใส และดูเงางาม แป้งเท้ายายม่อมจึงมักนำมาผสมกับแป้งชนิดอื่น เช่น แป้งข้าวเจ้า เพื่อทำขนมที่ต้องการความใสสวยงาม เช่น ขนมเปียกปูน

ขอขอบคุณภาพสวยๆ จากkrua https://bit.ly/3qc0AuX
วิธีการเก็บแป้งให้อยู่ได้นาน
การเก็บแป้งให้คงคุณภาพได้นานเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะสำหรับแป้งชนิดต่าง ๆ เช่น แป้งมัน แป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียว แป้งข้าวโพด แป้งสาลี การเก็บแป้งอย่างถูกวิธีจะช่วยป้องกันความชื้น กลิ่น และแมลงรบกวน
- เก็บในภาชนะปิดสนิท : ใช้กล่องหรือขวดที่มีฝาปิดแน่น เพื่อป้องกันไม่ให้แป้งโดนความชื้นจากอากาศ
- เก็บในที่แห้งและเย็น : หลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรง และวางในที่อุณหภูมิปกติหรือในตู้เย็น หากอากาศร้อนหรือชื้นมาก
- ใช้แรปอาหารช่วยป้องกันความชื้น : การใช้ M Wrap ห่อหรือปิดปากถุงแป้ง จะช่วยยืดอายุแป้งและรักษาคุณภาพ ทำให้แป้งยังคงรสชาติและเนื้อสัมผัสเหมือนใหม่
- แยกเก็บตามชนิดแป้ง : แป้งแต่ละชนิดมีคุณสมบัติแตกต่างกัน เช่น แป้งมัน มักเก็บได้นานกว่าแป้งข้าวเจ้า การแยกเก็บช่วยให้สะดวกในการใช้งานและลดความเสี่ยงที่กลิ่นหรือความชื้นปนเปื้อน
- สังเกตวันหมดอายุและสภาพแป้ง : ก่อนใช้งานทุกครั้งควรตรวจสอบกลิ่น สี และเนื้อสัมผัส หากมีความชื้นหรือกลิ่นเปลี่ยนแปลง ควรทิ้งทันที
หลังจากที่ได้ทราบชนิดและความแตกต่างของแป้งแต่ละประเภทแล้ว การใช้งานแป้งให้ถูกต้องถือเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้อาหารหรือขนมที่ทำออกมามีคุณภาพดีและรสชาติอร่อย สำหรับใครที่สงสัยว่า แป้งมัน แป้งข้าวเจ้า ทำอะไรได้บ้าง การเลือกแป้งที่เหมาะสมกับเมนูแต่ละชนิดจะช่วยให้เนื้อสัมผัสและรสชาติสมบูรณ์แบบที่สุด
นอกจากนี้ การเก็บรักษาอาหารหรือขนมที่ทำจากแป้งให้คงความสดและรสชาติอร่อยอยู่เสมอ ก็สำคัญไม่แพ้กัน วิธีการใช้พลาสติกแรปถนอมอาหารอย่างถูกต้อง จะช่วยรักษาความสดของเมนูแป้งต่าง ๆ ได้ดี ขอแนะนำฟิล์มยืดถนอมอาหาร จาก M Wrap แรปห่ออาหารที่ช่วยยึดเกาะแนบติดภาชนะได้ง่าย รักษาความสด ยืดอายุอาหารได้นานโดยไม่ส่งกลิ่นรบกวนในตู้เย็น และสามารถนำมาเข้าไมโครเวฟได้ทันที!
สนใจติดต่อเบอร์โทร. 02-741-8444 และ LINE @mmpcorp
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับแป้งแต่ละประเภท
Q: แป้งข้าวเจ้า vs แป้งข้าวเหนียว ใช้แทนกันได้หรือไม่ ?
A: แป้งข้าวเจ้าและแป้งข้าวเหนียวมีคุณสมบัติแตกต่างกัน แป้งข้าวเจ้าเนื้อร่วน เหมาะสำหรับขนมที่ต้องการความอยู่ตัวแต่ไม่เหนียว เช่น ขนมชั้น ขนมตาล ส่วนแป้งข้าวเหนียว มีความเหนียวและเกาะตัวดี เหมาะกับขนมที่ต้องการขึ้นรูป เช่น ขนมเข่ง บัวลอย จึงไม่ควรใช้แทนกันโดยตรง
Q: ใช้แป้งมันแทนแป้งข้าวโพดได้หรือไม่ ?
A: แป้งมันและแป้งข้าวโพดมีคุณสมบัติแตกต่างกัน แป้งมันเหนียวและคืนตัวง่าย เหมาะกับขนมที่ต้องการความเหนียวหนืด ส่วนแป้งข้าวโพดข้นใสและไม่คืนตัว เหมาะกับอาหารที่ต้องการความอยู่ตัว ดังนั้น การใช้แทนกันควรพิจารณาเมนู หากเน้นความเหนียว ควรใช้แป้งมัน แต่ถ้าต้องการข้นใสไม่คืนตัว ใช้แป้งข้าวโพดดีกว่า
Q: มีแป้งแบบกลูเตนฟรีหรือไม่ ?
A: มี เช่น แป้งข้าวเจ้า แป้งมัน แป้งข้าวโพด แป้งมันฮ่องกง และแป้งถั่วเขียว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงกลูเตน แต่แป้งสาลี จะมีโปรตีนกลูเตนสูง จึงไม่เหมาะสำหรับกลุ่มนี้
Q: ควรเลือกซื้อแป้งแต่ละประเภทอย่างไร ?
A: เลือกตามเมนูที่ต้องทำ และสภาพเก็บรักษา ตัวอย่างเช่น ถ้าทำขนมเหนียว ควรเลือกแป้งข้าวเหนียว หรือแป้งมัน ถ้าทำขนมเค้กหรือขนมปุยฝ้าย ควรเลือกแป้งสาลีประเภทเค้ก และควรตรวจสอบวันหมดอายุและบรรจุภัณฑ์ที่ปิดสนิท
Q: การเก็บรักษาแป้งให้ใช้ได้นานทำอย่างไร ?
A: เก็บในภาชนะปิดสนิทและในที่แห้ง เย็น หลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรง สามารถเลือกวิธีการใช้พลาสติกแรปถนอมอาหาร อย่าง M Wrap จาก MMP Corp เพื่อห่อปากถุง จะช่วยยืดอายุแป้งและรักษาคุณภาพ นอกจากนี้ ควรแยกเก็บตามชนิดของแป้ง และควรสังเกตกลิ่น สี และเนื้อสัมผัสก่อนใช้งาน









