ฟิล์มยืด ECO MMP คือ ฟิล์มยืดพันพาเลทประสิทธิภาพสูง (High Performance Stretch Film) ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มความคุ้มค่าในการใช้งาน โดยมีความยาวต่อม้วนมากกว่าฟิล์มยืดมาตรฐานทั่วไป โดยทั่วไปมักพบเจอ ฟิล์มยืดขนาดยาว 300 เมตร หนา 15 ไมครอน แต่ฟิล์มยืดรุ่น ECO MMP จะยาว 400 เมตร หนา 15 ไมครอน อีกทั้ง ฟิล์มยืด ECO MMP มาพร้อมคุณสมบัติด้านความเหนียว ความยืดหยุ่น และแรงยึดเกาะที่เหนือกว่า ด้วยเทคโนโลยีการผลิต Metallocene Polymer
จุดเด่นของฟิล์มยืด ECO MMP ไม่ได้อยู่เพียงแค่ความยาวที่มากขึ้น แต่ยังช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถลดต้นทุนการดำเนินงานได้ในหลายด้าน ตั้งแต่ต้นทุนการจัดซื้อ การจัดเก็บสินค้า การขนส่ง ไปจนถึงการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
เหตุใดฟิล์มยืดที่มีความยาวมากกว่า จึงช่วยลดต้นทุนได้
ในการเลือกซื้อฟิล์มยืด หลายองค์กรอาจพิจารณาจาก ราคาต่อม้วน เป็นหลัก แต่ในทางปฏิบัติ ต้นทุนที่แท้จริงควรพิจารณาจาก ต้นทุนต่อการใช้งาน (Cost per Usage) หรือ ต้นทุนต่อเมตรของฟิล์ม
เมื่อฟิล์มยืดมีความยาวมากขึ้น หนึ่งม้วนจึงสามารถใช้งานได้ยาวนานกว่า พันพาเลทได้จำนวนมากกว่า และลดความถี่ในการเปลี่ยนม้วน ส่งผลให้สามารถลดการใช้ทรัพยากรในทุกขั้นตอนของการดำเนินงาน
ด้วยเหตุนี้ แม้ราคาต่อม้วนอาจใกล้เคียงกับฟิล์มยืดทั่วไป แต่ต้นทุนรวมขององค์กรกลับลดลงในระยะยาว
1. ลดต้นทุนต่อเมตร
ฟิล์มยืด ECO Premium ให้ความยาวต่อม้วนมากกว่า จึงมีต้นทุนเฉลี่ยต่อเมตรต่ำกว่าฟิล์มยืดมาตรฐาน ช่วยให้บริษัทได้รับความคุ้มค่าในการใช้งานมากขึ้น และลดค่าใช้จ่ายด้านบรรจุภัณฑ์ในระยะยาว
2. ลดปริมาณการจัดซื้อ
เมื่อฟิล์มหนึ่งม้วนสามารถใช้งานได้ยาวนานกว่า องค์กรจึงไม่จำเป็นต้องสั่งซื้อฟิล์มในจำนวนมากเหมือนเดิม ช่วยลดความถี่ในการจัดซื้อ ลดปริมาณสินค้าคงคลัง และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารสต็อก
3. ลดพื้นที่จัดเก็บสินค้า
จำนวนม้วนที่ลดลง ส่งผลให้ใช้พื้นที่จัดเก็บภายในคลังสินค้าน้อยลง เพิ่มพื้นที่สำหรับจัดเก็บสินค้าและวัตถุดิบประเภทอื่น อีกทั้งยังช่วยให้การบริหารพื้นที่คลังสินค้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
4. เพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน
เนื่องจากต้องเปลี่ยนม้วนฟิล์มน้อยลง การทำงานในสายการผลิตและคลังสินค้าจึงมีความต่อเนื่อง ลดเวลาหยุดเครื่องจักร และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบรรจุและจัดส่งสินค้า
5. ลดต้นทุนด้านการขนส่งและโลจิสติกส์
เมื่อความยาวของฟิล์มต่อม้วนเพิ่มขึ้น จำนวนม้วนและจำนวนลังที่ต้องจัดส่งก็ลดลงตามไปด้วย ส่งผลให้
- ลดพื้นที่บรรทุกสินค้า
- ลดน้ำหนักรวมของสินค้า
- ลดจำนวนเที่ยวในการขนส่ง
- ลดต้นทุนค่าขนส่งและค่าบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์
ทั้งสำหรับผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย และลูกค้าปลายทาง

ขนาดและรายละเอียด ฟิล์มยืด ECO MMP
| รหัสสินค้า | หน้ากว้าง (ซม.) | ความยาว (ม.) | ความหนา (ไมครอน) | บรรจุ (ม้วน/ลัง) |
|---|---|---|---|---|
| MH50-500-12 | 50 | 500 | 12 | 6 |
| MH50-400-15 | 50 | 400 | 15 | 6 |
| MH50-350-17 | 50 | 350 | 17 | 6 |
| MH50-300-20 | 50 | 300 | 20 | 6 |
การใช้ฟิล์มยืด ECO MMP สามารถใช้ประกอบการดำเนินงานด้าน ESG ได้หรือไม่?
องค์กรที่เลือกใช้ ฟิล์มยืด ECO MMP สามารถนำข้อมูลการลดการใช้วัสดุ ลดจำนวนบรรจุภัณฑ์ และลดกิจกรรมการขนส่ง ไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมขององค์กรได้
ตัวอย่างเช่น
- การรายงานผลด้าน ESG (Environmental, Social and Governance)
- การจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว (Green Procurement)
- การบริหารห่วงโซ่อุปทานสีเขียว (Green Supply Chain)
- การดำเนินงานตามนโยบาย Carbon Reduction
- การสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero และความยั่งยืนขององค์กร
อย่างไรก็ตาม หากองค์กรประสงค์จะ อ้างอิงหรือประกาศผลการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Carbon Emission Reduction) อย่างเป็นทางการ ควรดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณที่หน่วยงานหรือมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกำหนด เพื่อให้ข้อมูลมีความถูกต้องและสามารถตรวจสอบได้ ทางบริษัท เอ็มเอ็มพี คอร์ปอเรชั่น จำกัด มีเอกสารรับรองพร้อมสนับสนุนการดำเนินงานด้าน ESG ด้วย Certified Carbon Footprint Reduction (CFR) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) เพื่อนำไปใช้ประกอบการจัดซื้อสีเขียว (Green Procurement) การรายงานด้าน ESG การจัดทำรายงานความยั่งยืน และการประเมินการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรตามข้อกำหนดของแต่ละหน่วยงาน
เหตุใดองค์กรชั้นนำจึงเลือกใช้ฟิล์มยืด ECO MMP
ปัจจุบัน องค์กรจำนวนมากไม่ได้พิจารณาเฉพาะราคาสินค้า แต่ให้ความสำคัญกับ ต้นทุนตลอดอายุการใช้งาน (Total Cost of Ownership : TCO) ควบคู่กับเป้าหมายด้านความยั่งยืน
การเลือกใช้ ฟิล์มยืด ECO MMP จึงเป็นการลงทุนที่ช่วยสร้างความคุ้มค่าในระยะยาว ทั้งในด้านการลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และสนับสนุนการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
สรุป
ฟิล์มยืด ECO MMP เป็นฟิล์มยืดพันพาเลทประสิทธิภาพสูงที่ได้รับการออกแบบให้มีความยาวต่อม้วนมากกว่าฟิล์มยืดมาตรฐาน พร้อมคุณสมบัติด้านความเหนียวและความยืดหยุ่นที่ช่วยให้ใช้ฟิล์มน้อยลง แต่สามารถพันสินค้าได้มากขึ้น
นอกจากจะช่วยลดต้นทุนด้านการจัดซื้อและต้นทุนต่อเมตรแล้ว ยังช่วยลดพื้นที่จัดเก็บ ลดจำนวนแกนกระดาษ ลดปริมาณวัสดุบรรจุภัณฑ์ ลดต้นทุนด้านการขนส่ง และสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดกระบวนการดำเนินงาน
สำหรับองค์กรที่มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ECO Premium ฟิล์มยืด จึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม พร้อมสนับสนุนเป้าหมายด้าน ESG และการลดคาร์บอนขององค์กรในระยะยาว.









